วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2552

The Climb: Miley Cyrus

Miley เก่งจังอายุแค่เนี้ยเอง แต่ทำไมน้องต้องมีแต่ข่าวเสียๆหายๆนะ

ว่าแต่ชอบเพลงเนื้อหาแนวนี้จริงๆ โดนๆ



Lyrics | Miley Cyrus lyrics - The Climb lyrics

วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2552

27..๒๗ TODAY IS MY BIRTHDAY ๒๘..28


ครบ 27 ขวบแล้ว
ขอบคุณ...พ่อกับแม่ที่ให้กำเนิดและเลี้ยงดูมาอย่างดีจนวันนี้
ขอบคุณ...สมาชิกในครอบครัวทุกคนที่ทำให้รู้ว่าความอบอุ่นเป็นอย่างไร
ขอบคุณ...ใครก็ตามที่ส่งให้เรามาเกิดในครอบครัวนี้ ขอบคุณ

วันนี้ตื่นเช้าใส่บาตรพร้อมน้องสุดที่รัก...สบายใจ
ตอนบ่ายอ่อนๆทำเค้กเจ๊งไปหนึ่งอัน...เศร้าใจ
ตอนบ่ายแก่ๆฮึดสู้ผนึกกำลังแม่ทำเค้ก พี่ทำซอส น้องแต่งหน้า สำมะเร็จ...ดีใจ
ตอนเย็นฝนตกหนักแผนการกินข้าวนอกบ้านล้มเหลว...ไม่เป็นไร เย็นใจ
ตกดึกตัดเค้ก พ่อขอสอง...ตกใจ! แล้วก็ ภูมิใจ

วันนี้สอนให้รู้ว่า
"อย่ายอมแพ้"
"สามัคคีคือพลัง"
"ฟ้าหลังฝน มันสดใส"

ขอบคุณเพื่อนพ้องทั้งหลายสำหรับคำอวยพรวันเกิดนะจ้ะ

วันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2552

My mom made : ก๋วยเตี๋ยวบ้าเครื่อง


น่ากินที่สุด ก๋วยเตี๋ยวบ้าเครื่องของแม่
ทั้งเต้าหู้ หมูสับ หมูชิ้น กากหมู ถั่วแขก ถั่วงอก และไข่ลวก
ปรุงเป็นต้มยำรสแซ่บ
เส้นบะหมี่กับไข่แดงเยิ้มๆ อร่อยที่ซู้ด

วันพุธที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2552

สุขสันต์วันแม่ค่ะ


สุขสันต์วันแม่ค่ะ

รักแม่มากมายเหมือนเดิม

จุ๊บๆ

ณิ


ป.ล.การ์ดน่ารักมั้ยจ้ะ ทำเสร็จแล้วแม่ดันหลับก่อนให้ซะนี่ T_T

วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

Over the rainbow.

อยู่ดีๆเพลงนี้ก็ผุดขึ้นมาในหัว ชอบเนื้อหาเพลงนี้จัง แล้วก็เลยเถิดไปเจอเวอร์ชั่นที่น้อง Connie วัยหกขวบ ร้องในรายการ Britain got talent 2007 (เก่ามาก) เลยเอามาแปะซะหน่อย เสียงน้องไซ้...ใส ชอบเสียงที่สั่นๆของน้อง ให้อารมณ์ดี แต่เราว่าตอน Audition ที่ไม่มีดนตรีน้องร้องดีกว่าล่ะ

Over The Rainbow
(Music by: Harold Arlen, Lyrics by: E.Y. Harburg)

Somewhere over the rainbow, way up high
There's a land that I heard of, once in a lullaby
Somewhere over the rainbow, skies are blue
And the dreams that you dare to dream, really do come true
Someday I'll wish upon a star, and wake up where the clouds are far behind me
Where troubles melt like lemon drops, away above the chimney tops
That's where you'll find me
Somewhere over the rainbow, bluebirds fly
Birds fly over the rainbow, why then, oh why can't I
If happy little bluebirds fly beyond the rainbow, why, oh why can't I?


Audition Round



Final Round


Credits:

VDO from http://www.youtube.com/watch?v=MndLRdPsuJE

and http://www.youtube.com/watch?v=Gn5L5U92_54

Lyric from http://www.elyrics.net/read/j/judy-garland-lyrics/over-the-rainbow-lyrics.html

วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

The Death Railway: The Bridge on the River Khwae


On Saturday 27 June 2009,I went to Karnchanaburi province, located in the west of Thailand.I took a train from Numtok station to Khwae Yai River Bridge station.I'm very exciting because the last time I travelled by train was about 6-7 years ago.First,I think this journey was short distance but it took about 3 hours and a half. By the way,the beautiful scenery along the railway was impressing me and made me forgot the time.

Not only the beautiful scenery,the railway is also has an interesting history. Below is the story extracted from Tourism Authority of Thailand's official website.

The Bridge on the River Khwae (the Death Railway Bridge)
The Bridge on the River Khwae (the Death Railway Bridge) Thanks to several films and books, the Bridge on the River Khwae has become notoriously famous and attracted both Thais and foreigners to the site. If an ordinary black iron bridge can tell a story, you can be sure it's a dramatic one.
The bridge spans across Maenam Khwae Yai which is a branch of Maenam Mae Klong. During the Japanese occupation of Thailand in World War II, the Japanese Imperial Army brought the iron bridge from Java. It was then resembled by Allied Prisoners of War (POW) under Japanese supervision. The bridge was part of a strategic railway route to Myanmar in which the Japanese aimed to secure supplies with which to conquer other western Asian countries. It was 415 kilometers long (about 303 kilometers in Thailand and about 112 kilometers in Burma) and passed through the Three Pagoda Pass in Sangkhlaburi District, the northern most part of Kanchanaburi province.
Construction started on September 16, 1942 at Nong Pladuk, and was completed on 25 December 1943. It is estimated that over 16,000 POWs from England, Australia, Holland and America died while building the bridge which was a target of bombing raids in 1945. In addition to this, approximate 90,000 laborers from Thailand, Myanmar, Malaysia and Indonesia died during its construction.Rebuilt after WWII, the bridge is still in use today with the curved portions of the bridge being that of the original. An attraction of note is the annual light and sound event at the bridge to commemorate the Allied attack in 1945.
The railway currently ends at Ban Tha Sao or Namtok Station, a distance of some 77 km. from Kanchanaburi Station. A special train running from Bangkok to Namtok Station is available on weekends and national holidays. For further details, please contact the State Railway of Thailand, Tel. 0 1690, 0 2220 4334 or www.railway.co.th.

วันพุธที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ทางรถไฟสายประวัติศาสตร์: สะพานข้ามแม่น้ำแคว


เมื่อวันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน 2552
ได้เดินทางด้วยด้วยรถไฟอีกครั้งในรอบ 6-7 ปีได้
จำได้ว่าครั้งสุดท้ายน่าจะเป็นตอนไปออกค่ายสมัยเรียนมหาวิทยาลัยโน่น

คราวนี้เป็นระยะทางสั้นๆ แต่ใช้ระยะเวลานานเหลือเกิน
จากสถานีน้ำตกถึงสถานีสะพานช้ามแม่น้ำแควใหญ่ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง
แต่จะบอกว่าประทับใจทีเดียว เพราะทิวทัศน์สองข้างทางรถไฟนั้นสุดยอดเลย

บอกตรงๆ ว่าไปมาเนี่ย รู้ประวัติเส้นทางนี้น้อยมาก เพิ่งมารู้ตอนเขียนนี่แหละ
ขอบคุณข้อมูลจากเว็ปไซต์ของ ททท. ด้วยค่ะ
ปล.งานนี้ไปรถไฟฟรีเพื่อประชาชนด้วยนะ

ทางรถไฟสายมรณะ

ทางรถไฟสายนี้เริ่มต้นจากสถานีหนองปลาดุก อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ผ่านจังหวัดกาญจนบุรีข้ามแม่น้ำแควใหญ่ไปทางทิศตะวันตกจนถึงด่านเจดีย์สามองค์ เพื่อให้ถึงปลายทางที่เมืองตันบูซายัด ประเทศพม่า รวมระยะทางในเขตประเทศไทย 300 กิโลเมตร ใช้เวลาในการสร้างเสร็จเพียง 1 ปี ตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2485 ถึงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2486 เพื่อใช้เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ผ่านประเทศพม่า หลังสงครามทางรถไฟบางส่วนถูกเลาะทิ้ง บางส่วนจมอยู่ใต้ทะเลสาบเขื่อนเขาแหลม ทางรถไฟสายนี้ถือเป็นอนุสรณ์ให้รำลึกถึงเหตุการณ์สงครามในครั้งนั้นจากน้ำพักน้ำแรงของการบุกเบิกก่อสร้างของทหารเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตรที่กองทัพญี่ปุ่นเกณฑ์มา ทิวทัศน์ตลอดเส้นทางนี้สวยงามมาก โดยเฉพาะบริเวณถ้ำกระแซ ที่เส้นทางรถไฟจะลัดเลาะไปตามเชิงผาเลียบไปกับลำน้ำแควน้อย ปัจจุบันทางรถไฟสายนี้สุดปลายทางที่บ้านท่าเสาหรือสถานีน้ำตก ระยะทางจากสถานีกาญจนบุรีถึงสถานีน้ำตกประมาณ 77 กิโลเมตร การรถไฟแห่งประเทศไทยเปิดบริการเดินรถบนเส้นทางสายนี้ทุกวัน และจัดรถไฟขบวนพิเศษสายกรุงเทพฯ-น้ำตก ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 1690 หรือ 0 2621 8701-9 หรือที่เว็บไซต์ www.railway.co.th
สะพานข้ามแม่น้ำแคว
ตั้งอยู่ที่ตำบลท่ามะขาม ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศเหนือตามทางหลวงหมายเลข 323 ประมาณ 4 กิโลเมตร แยกซ้ายประมาณ 400 เมตร มีป้ายชี้บอกทางไว้ชัดเจน เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญยิ่งแห่งหนึ่ง สร้างขึ้นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยกองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์เชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตร ได้แก่ ทหารอังกฤษ อเมริกัน ออสเตรเลีย ฮอลันดาและนิวซีแลนด์ประมาณ 61,700 คนและกรรมกรชาวจีน ญวน ชวา มลายู ไทย พม่า อินเดียอีกจำนวนมากมาก่อสร้างทางรถไฟสายยุทธศาสตร์เพื่อเป็นเส้นทางผ่านไปสู่ประเทศพม่า ซึ่งเส้นทางช่วงหนึ่งจะต้องข้ามแม่น้ำแควใหญ่จึงต้องมีการสร้างสะพานขึ้น การสร้างสะพานและทางรถไฟสายนี้เต็มไปด้วยความยากลำบาก ความทารุณของสงครามและโรคภัยตลอดจนการขาดแคลนอาหารทำให้เชลยศึกจำนวนหลายหมื่นคนต้องเสียชีวิตลง
นอกจากนี้ ที่สะพานข้ามแม่น้ำแควมีบริการรถราง Fairmong ทุกวัน โดยวันธรรมดาจะมีตั้งแต่เวลา 08.00-19.30 น., 11.20-14.00 น., 15.00-16.00 น., และ 18.00-18.30 น. วันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 08.00-09.30 น., 11.20-14.00 น., และ18.00-18.30 น. ค่าโดยสารคนละ 20 บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 3451 1200,
0 3451 2500

วันอังคารที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2552

Strawberry Cheesecake



Yummy Yummy!


Easy to Cook.

Easy to Eat.

Easy to Fat.T_T

Cooking by inspiration



I would like to present a recipe from my inspiration which I created last week. The major ingredients are leftover from my fridge.

Macaroni and cheese

Ingredients:
1 bag mixed fishballs ,mushroom and chilli saute with tomato sauce
1 cup boiled Macaroni
2 sheets smoked cheddar cheese slide
salt and pepper

In a bowl,pour the saute from a bag and then warm it over in the microwave oven
for 2 minutes. Stir the suate with bolied Macaroni. Season with salt and pepper.
Next, pour them into the baking dish and then cover with cheddar cheese slide.
Take the baking dish into the microwave oven for 1 minute or until cheese melted.

Enjoy it!

วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

หัวหินไม่สิ้นมนต์รัก


พาดหัวออกแนวลิเกเล็กน้อย
เมื่อวันที่ 17-18 เราไปหัวหินมา
ตามธรรมเนียมทุกปีที่จะต้องไปพบกับญาติๆทางแม่
พร้อมกับทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว
คราวนี้ได้กลับไปพักบ้านอั๋นแอ๋มดั้งเดิมที่เคยได้พักแต่เด็ก
ขอบคุณท่านผู้มีอุปการะคุณที่กรุณาให้พักฟรีด้วยค่ะ
ถ้าไปหัวหินแล้วไม่ได้ไปตรงนั้นก็รู้สึกว่าไม่ได้ไป
ต่อให้ได้พักโรงแรมใหญ่โตหรูหรามันก็ไม่ใช่อยู่ดี
เราผูกพันกับที่บริเวณนั้นมากๆ ยิ่งแม่แล้วคงดีใจยิ่งกว่าเราอีก
งานนี้ได้ถ่ายรูปกับบ้านหลังใหญ่ใกล้ๆกับที่พักคราวนี้
ที่นี่เมื่อ 28 ปีที่แล้วท่านเจ้าของใจดี
อนุญาตให้พ่อกับแม่ได้ใช้เป็นที่แต่งงานกันด้วย
โรแมนติกจริง แต่งกันริมทะเล อิจฉา อิจฉา
แต่บ้านก็เปลี่ยนไปจากเดิมมากอยู่ เสียดายของเก่าจัง
แม้ว่าคราวนี้จะไม่ได้เล่นน้ำอย่างที่ตั้งใจ เนื่องจากแมงกะพรุนฝูงใหญ่
แต่ก็ได้กินปูตัวใหญ่มาก ที่ลุงกับป้าเตรียมไว้ให้ อร่อยจังเลย ^_^

วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ยักษ์อะไรเอ่ย?

เมื่อวันพุธไปฟังบรรยายมา แล้วอาจารย์แอ๋ว สุจริตรา เภรีภาส ได้ถามคำถามขึ้นมา เลยลองมาถามเพื่อนๆที่กำลังยุ่งๆดู

"มียักษ์อยู่ตนหนึ่ง มีตาอยู่ 2 ข้าง ข้างหนึ่งสว่าง อีกข้างหนึ่งริบหรี่ มีปากอยู่ 12 ปาก มีฟันไม่มาก แต่ละปากมี 30 ซี่ กินสัตว์ทั่วทั่งปฐพี ยักษ์ตนนี้คือใคร?"

แท่น แท้น มาเฉลยแล้วจ้า
ยักษ์ตนนี้ชื่อว่า........

"กาลเวลา"

ตาสองข้าง ข้างหนึ่งสว่าง ข้างหนึ่งริบหรี่ นั่นก็คือ กลางวัน-กลางคืน
ส่วน 12 ปาก ก็คือ 12 เดือน แล้วฟันของแต่ละปากก็คือวันในแต่ละเดือนที่มี 28-31 วัน

ใช่แล้วจ้า...กาลเวลาไม่เคยคอยใคร มันผ่านไปกลืนกินช่วงชีวิตของเราทุกคนอยู่ตลอด

อย่าพูดเชียวนะว่าไม่มีเวลาน่ะ!

วันจันทร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2552

เพื่อน

วันนี้ไปเจอเพื่อนเก่าชาวบดินทรสองมา คราวนี้มากันแค่ 8
แต่แค่กินกาแฟ แล้วคุยกันแค่ 1-2 ชม. ก็รู้สึกดีแล้ว
ณิชาแค่นี้ก็โชคดีแล้วที่มีเพื่อน มีครอบครัวที่น่ารัก
ตอนนี้ขาดแค่หางานที่ใช่ ชีวิตก็ Perfect แล้ว

ขอให้พรุ่งนี้ติดต่อธุระกะสภาฯได้เรียบร้อยด้วยเถิด....สาธู้

วันศุกร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2552

คิดถึง

คิดถึงจังเลย เมื่อไรจะได้เจอกัน
เป็นกำลังใจให้เลิกเหล้านะ ถ้าอยากจะเลิกจริงๆน่ะ
บ้า ไปแล้วตรู

บ้า แต่โดน

เมื่อวานเจอแท๊กซี่บ้าบอจะไปตั้งประเทศไทยสาขาสอง
แล้วไปเป็น New Emperor
ตลกมั้ย?
เพ้อเจ้อเหรอ?
ซวยจริงเจอคนบ้า?
แต่เค้าก็สอนเราบอกว่าให้เราจงมีฝัน แล้วก็ล่าฝัน อย่าติดอยู่ในกะลา

อุปสรรค

บังเกิดอุปสรรคทางเทคนิค รับอีเมล์จาก Lotus Note ไม่ได้ซะเฉยๆ
ไม่เป็นไร ใจเย็นไว้ อุปสรรคเล็กน้อยเท่านั้น ยังมีอีกหลายเรื่องต้องทำ
อุปสรรคข้างหน้าคงมีอีกมาย สู้ๆ อดทนเข้าไว้

วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2552

เกาะเกร็ด

อาทิตย์ที่แล้วไปเกาะเกร็ดมา อยู่ใกล้กรุงเทพฯแค่เนี้ย
แต่เพิ่งได้ไปนี่แหละ คราวนี้ไปกับที่บ้านเช่นเคย
ตามเวลานัดหมาย 8 โมงเช้า(งานนี้นัดกันปุบปับมากตอนเย็นวันเสาร์)แต่ไม่ตื่นกัน โอ้เอ้ไปมาออกเดินทางตอนเกือบ 10 โมงได้

จอดรถที่ท่าน้ำวัดสนามเหนือ มีบริการรับฝากรถทั้งวัน 30 บาท จากนั้นนั่งเรือข้ามฟากไปยังวัดปรมัยยิกาวาสวรวิหาร ใช้เวลาไม่เกิน 2 นาที ค่าเรือแค่คนละ 2 บาท
ระหว่างนั่งเรือเราจะเห็นสัญลักษณ์สำคัญของวัดนี้และเป็นสัญลักษณ์ของเกาะเกร็ดด้วยนั่นคือ พระเจดีย์ที่เอียงเหมือนจะจมน้ำหรือมีชื่อเรียกว่าพระเจดีย์มุเดา

มื่อถึงวัดปรมัยฯ หรือเดิมชื่อวัดปากอ่าว ซึ่งสร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยาโน่น แต่มาบูรณะและพระราชทานนามใหม่ในสมัยรัชกาลที่5ตามธรรมเนียมมาถึงแล้วต้องเข้าไปไหว้พระที่พระอุโบสถก่อน จากนั้นเดินเล่นบริเวณรอบวัด ไปถ่ายรูปกับเจดีย์เอียง ดูความมหัศจรรย์ของต้นสามกษัตริย์ ที่มีต้นโพธิ์ ต้นไทร และต้นหว้ารวมร้อยเป็นเสมือนต้นเดียวกัน


แวะชมพิพิธภัณฑ์รัชกาลที่ 5 อยู่บริเวณเดียวกับวัดปรมัยฯ เป็นแหล่งสะสมข้าวของเครื่องใช้เก่าๆมากมาย เช่น เครื่องพิมพ์ดีด เครื่องเล่นแผ่นเสียง วิทยุ เหรียญกษาปณ์ ตาลปัตรพัดยศ ที่นี่เข้าชมฟรี เดินดูแล้วก็เพลินดีเหมือนกัน

จากนั้นไปนั่งเรือชมสองฝั่งแม่น้ำรอบเกาะค่าเรือคนละ 60 บาท มีหลายเจ้าหลายแบบหลายราคา แบบที่เราไปใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง เริ่มจากท่าเรือวัดปรมัยฯ ผ่านบรรยากาศบ้านเรือนริมน้ำทั้งแบบโบราณแบบโมเดิร์น วัดเอยโบสถ์คริสต์เอย มัสยิดก็มี ทุกศาสนาอนู่ร่วมกันได้ มีเครื่องบินเก่าสมัยสงครามโลกครั้งที่สองที่มีคนซื้อมาทำร้านอาหารแต่ตอนนี้ปิดกิจการไปแล้ว จากนั้นมาแวะที่บ้านคุณแอ๋ว ทานอาหารกัน เรือให้เวลาครึ่งชั่วโมง อาหารมีหลายอย่างข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยว ขนมจีน ข้าวแช่ แต่เราว่าแพงไปหน่อยราคาแบบห้างหรู แต่เราว่าแพงแล้วอร่อยก็โอเค แต่มันไม่อร่อยถูกปากเราเท่าไรนี่สิ ผิดหวังอย่างแรงกะข้าวแช่ หรืออาจจะเป็นที่เราติดใจที่เคยกินของเพชรบุรีก็ไม่รู้ ที่นี่คงคนละสูตรกัน เอ่อแต่เคยกินในกรุงเทพฯร้านกิ่งกัลปพฤกษ์เราว่าอร่อยกว่าอีก ส่วนขนมหวานก็จัดดูไม่น่าซื้อยังไงก็ไม่รู้ ประทับใจอย่างเดียวก็โฆษกประจำร้านที่ขำดี





ต่อจากนั้นลัดเลาะเข้าสู่คลองขนมหวาน ที่เค้าว่ามีบ้านที่ทำขนมไทยมากมาย เราได้แวะแค่ที่สมชายบ้านขนมหวานที่เดียว ขนมส่วนใหญ่แพ็คละ 10 บาทเท่านั้น ร้านจัดขนมน่ากินดี ซื้อมาหลายอย่างถือว่าใช้ได้ แต่อร่อยสุดเป็นไข่เค็มล่ะ ฮ่าฮ่า เดินทางต่อไประหว่างทางเห็นเด็กเล่นน้ำดูแล้วรู้สึกกระชุ่มกระชวย แล้วก็เห็นเรือขน Pepsi เคยเห็นแต่รถขนแปลกดี เรือใหญ่มากกกเห็นแล้วก็นึกว่าคนไทยนี่กิน Pepsi กันเยอะไปมั้ย? ถึงวัดแสงศิริธรรม ให้อาหารปลากันตามระเบียบ เห็นเค้ามีป้ายตลาดน้ำแต่ไม่เห็นของขายไม่รู้ต้องมาตอนไหนเหมือนกัน




วนกลับมาที่หมู่บ้านเครื่องปั้นดินเผา จากตรงนี้เดินเล่นกลับไปที่วัดปรมัยฯตอนแรกได้ ไปที่ร้านจ๋อมแจ๋มเครื่องปั้นดินเผา ดูโน่นนี่ซักพัก ไม่ได้มากะทัวร์ก็เลยไม่เห็นเค้าปั้นกันจริงๆให้ดูเหมือนในทีวี มีป้ายน่ารักๆแอบถ่ายมาให้ดูกัน


ระหว่างทางเดินพักกินขนมที่ร้านบ้านป้าสุน ร้านน่ารักมาก ขนมอร่อย ไม่ได้แวะเสียใจแย่ ที่ต้องไปลองกินก็ลูกตาลลอยแก้วที่นี่ไม่เหมือนที่ไหนเป็นลูกตาลที่แช่อิ่มน้ำตาลมาแล้วใส่น้ำแข็ง ไม่ใช่ลูกตาลสดในน้ำเชื่อม อร่อยมาก ทับทิมกรอบก็อร่อย มีเมนูแปลกๆเป็นมะม่วงลอยแก้วอันนี้ไม่ได้ลอง นอกจากนี้ยังมีของคาว เช่น ถุงทองทอด ส้มตำ


กลับมาถึงวัดเดินไปด้านหลังเข้าสู่ตลาด มีขนมแปลกๆที่ไม่เคยเห็นเยอะแยะ เช่น ขนมไข่ปลา ขนมหันตรา ส่วนที่มีขายเรียงรายก็ทอดมันหน่อกะลา และดอกไม้ต่างๆทอด ขากลับซื้อมากินที่บ้านด้วยรสชาติยังดีอยู่เลย


เสียดายที่อากาศร้อนไปหน่อยเลยเดินยังไม่ครบ แต่ก็ประทับใจนะ ไว้หน้าหนาวอากาศดีดีค่อยไปใหม่ ว่าแต่ต้องหัดขี่จักรยานไปด้วยจะได้ไปเที่ยวแบบเชิงเกษตรขี่รถจักรยานชมสวน น่าสนุกดีไปอีกแบบ















































































































































































































































































































































































































Tag++

เอากะเค้าด้วย

1. วันนี้วันที่เท่าไหร่ ++ 6 มีนาคม 2552
2. กี่โมงแล้ว ++ 1.02 น.
3. ชื่อเล่น ++ ณิ
4. ตอนนี้ใช้โทรศัพท์อะไร ++ Nokia
5. รุ่น ++ 6300
6. เสียงเรียกเข้า ++ จำไม่ได้อ่ะ เปิดสั่นไว้ตลอดเลยตอนไปทำงาน กลับบ้านก็ไม่สนใจ ตามสไตล์สาวโสด
7. เพลงที่อยากให้เป็นเสียงเรียกเข้า ++ ไม่มี

8. เพลงใหม่ที่สุดที่ฟัง ++ Why did you call? By Hyesungie ของ Shoyu
9. เล่นเครื่องดนตรีอะไรเป็น ++คีย์บอร์ด
10. คิดว่าตัวเองเล่นเก่งไหม ++ ไม่นะ แต่อยากเรียนใหม่หละ
11. ดารา นักร้องที่ look ดีที่สุดในสายตาคุณ ++ อยากบอกว่าชอบดงวาน แต่จะบอกว่าลุคดีก็ดูมิใช่
12. สไตล์การแต่งตัว ++ แล้วแต่อารมณ์ บวกกับว่าแม่รีดอะไรไว้ให้บ้างเหอเหอ
13. ถ้าไม่มีของสิ่งนี้แล้วจะไม่ยอมออกจากบ้านไปไหนเลย ++ เสื้อผ้า
14. ในกระเป๋าสตางค์ใส่อะไรไว้บ้าง ++ ตังค์มากมายที่ผ่านเข้าผ่านออก,บัตรเครดิต, บัตรเอทีเอ็ม, รูป, ใบขับขี่, บัตรประชาชน, นามบัตร, แสตมป์เซเว่นหมดอายุ, ใบเสร็จ/สลิปต่างๆ
15. คำพูดที่ติดปากที่สุด ++ สวัสดีค่ะ มารยาทงามมั้ย? วันๆก็พูดอยู่ไม่กี่ประโยคหรอก
16. ปีใหม่ที่ผ่านมาไปเที่ยวไหน ++ ไหว้พระวัดหลวงพ่อโตองค์ใหญ่ ปทุมธานี
17. อาหารที่กินได้ไม่มีวันเบื่อ ++ อาหารอร่อยที่ฟรี ยินดีรับประทานเสมอ
18. เกมที่คิดว่าตัวเองถนัดที่สุด ++ Tetris
19. เกมที่เล่นเประจำตอนนี้ ++ ไม่มี
20. เพื่อนที่สนิทที่สุด ++ อันนี้ขอลอก มีหลายคนแล้วแต่ว่าเพื่อนที่ไหน ที่ทำงานก็อีกคนนึง ที่มหาลัยก็อีกคนนึง มัธยมก็อีกคนนึงอ่ะ
21. อยากบอกอะไรกับเค้า ++ ขอให้มีความสุขทุกคนเลย
22. เป้าหมายตอนนี้ ++ ทำตามใจตัวเอง โดยพ่อแม่ไม่เดือดร้อน
23. ขับรถเป็นไหม ++ เป็นมั้ง
24. แล้วตอนนี้มีรถขับอยู่หรือเปล่า ++ มี จอดไว้ให้แมวนอนเล่น
25. รถยนต์ที่อยากเป็นเจ้าของที่สุด ++ รถที่ขับแล้วปลอดภัย แม้ว่าชั้นขับก็ไม่ชนอะไร
26. เครื่องดื่มที่โปรดปรานอันดับแรก ++ น้ำผลไม้ต่างๆ
27. สูบบุหรี่ไหมอ่ะ ++ ไม่
28. ร้านตัดผมร้านประจำ ++ ไม่มี
29. ร้านอาหารที่ทานประจำ ++ ข้าวบ้านอร่อยสุด
30. เวลาอยู่ที่โรงเรียน ที่มหาลัย ว่าง ๆ จะทำอะไร ++ ฟังเพื่อนเม้าท์ไปกินไป
31. เวปไซต์ที่ต้องเข้าเวลาเล่นอินเตอร์เน็ต ++ shinhwathailand, kimdongwanthailand
32. แอบปลื้มใครอยู่เปล่า ++ แน่นอนอยู่แล้ว
33. ทำไมถึงปลื้มเขาหล่ะ ++ ปลื้มหลายคน ส่วนใหญ๋ชอบที่บุคลิกดี แล้วก็เก่ง
34. เคยหาเพื่อนทางจดหมายหรือเปล่า ++ ไม่เคย
35. แล้วเคยหาเพื่อนทางอินเตอร์เน็ต ++ ไม่เคย
36. ถ้าสามารถขอของวิเศษจากโดเรมอนได้อย่างนึงจะขออะไร ++ หมวกปล่อยวาง
37. การ์ตูนเรื่องที่ติดอยู่ตอนนี้ ++ อิคคิวซัง
38. ชอบทานก๋วยเตี๋ยวเส้นอะไร ++ แล้วแต่ เส้นใหญ่เย็นตาโฟ เส้นเล็กแห้ง/ต้มยำ เส้นหมี่ลูกชิ้น บะหมี่เป็ด/ปู
39. ห้องนอนติดโปสเตอร์ของดาราบ้างหรือเปล่า ++ ไม่มี
40. หนังที่ดูเรื่องล่าสุด ++ ถ้าในโรงเนี่ย จำไม่ได้อ่ะ
41. แล้วหนังสนุกมั๊ย ++ สนุก
42. อยากเรียนต่อด้านไหน ++ ภาษา,สื่อสาร
43. แล้วอยากเรียนต่อที่ไหนล่ะ ++ถูกและดีมีที่ไหนบ้างหละ ไม่ต้องมาบอกนะว่าที่ฟู้ดแลนด์
44. เรื่องที่รู้สึกแย่ตอนนี้ ++ ขี้เกียจ
45. เวลาเรียนหรือไปทำงานไปยังไงอ่ะ ++ taxi
46. ปกติแล้วใช้น้ำหอมยี่ห้ออะไรอยู่ ++ Issey Miyake
47. แล้วเรื่องความรักตอนนี้เป็นอย่างไร ++ รออยู่
48. ภาษาที่อยากพูดได้มากที่สุด ++ อังกฤษ
49. คิดยังไงกับนิยามรัก ++ ความรักเหมือนอากาศ มีอยู่ทั่วไปแต่มองไม่เห็น (เปลี่ยวน่าดู)
50. ตอนอาบน้ำร้องเพลงด้วยหรือเปล่า ++ ร้อง
51. คิดว่าการแต่งงานขึ้นอยู่กับอะไร ++ กรรม
52. บอกรักครั้งสุดท้ายกับใคร เมื่อไหร่ ++ แม่ ก่อนแม่นอน
53. แฟนนอกใจจะทำไง ++ ตัดทิ้งเลย (ห้ามคิดลึกนะ)
54. ถ้าคุณเป็นนก จะบินไปไหน ++ บินไปไหนดีหละ นึกไม่ออก
55. ถ้าโลกเป็นแผ่นสี่เหลี่ยม อยากอยู่ส่วนไหนของโลก ++ อยูตรงกลางจะได้ไปไหนใกล้หน่อย
56. เบอร์มือถือลงท้ายด้วยเลขอะไร ++ 94
57.ชอบวิชาอะไร ++ ภาษาไทย
58. หากขา ไม่ใช่อวัยวะที่คุณเดิน คุณคิดว่าจะใช้อะไรเดินแทนขา ++ ปกติใช้เท้าเดิน
59. คนรักที่คบตอนนี้เป็นอย่างไร ++ N/A
60. วันนี้กินอะไรไปแล้วบ้าง ++ ยังไม่ได้กิน
61. เพื่อนอกหักจะปลอบใจว่ายังไง ++ ช่างมันเถอะ
62. ถ้าลมพัดสิ่งหนึ่งออกไปจากชีวิตคุณได้ จะให้พัดอะไรไปอ่ะ ++ ความขี้เกียจ (ขอความโสดอีกสิ่งด้วยได้ป่ะ 55 เปลี่ยวอีก)
63. ถ้าเพื่อนแย่งแฟนคุณไปทำไง ++ ทำใจ ช่างมันเถอะ
64. หนังสือที่ชอบอ่านคือหนังสืออะไร ++ หนังสือพิมพ์
65. ถ้าคุณทำผิดคุณจะขอโทษด้วยคำพูดแบบไหน ++ แบบจริงใจ
66. ขอเนื้อเพลงที่คุณชอบที่สุด ++

If I ain't got you:Alicia Keys
Some people live for the fortune
Some people live just for the fame
Some people live for the power, yeah
Some people live just to play the game
Some people think that the physical things
Define what's within And I've been there before
But that life's a bore So full of the superficial

[Chorus:]
Some people want it all
But I don't want nothing at all
If it ain't you baby
If I ain't got you baby
Some people want diamond rings
Some just want everything
But everything means nothing
If I ain't got you, Yeah

Some people search for a fountain
That promises forever young
Some people need three dozen roses
And that's the only way to prove you love him
Hand me the world on a silver platter
And what good would it be With no one to share
With no one who truly cares for me

[Outro:]
If I ain't got you with me baby
So nothing in this whole wide world don't mean a thing
If I ain't got you with me baby

67. อยากไปเที่ยวไหนตอนนี้ ++ อยากไปดำน้ำเกาะเต่า
68. อยากบอกอะไรกับคนที่จะส่งอีเมลล์ไปไห้ ++ ตอบช้า แต่ตอบแล้วนะ
69. ส่งให้เพื่อนห้าคนมีใครบ้าง ++ ไม่ส่ง
70. เขาแต่ละคนเป็นแรงบันดาลใจในเรื่องไหนให้คุณบ้าง ถึงส่งให้ ++ ไม่ได้ส่งอ่ะ

วันศุกร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2552

คลอดแล้ว

แม่แมวคลอดลูกแล้ว
แต่คาดว่าไม่น่ารอดสักตัว
ตัวแรกน้องเหมียววดีผู้พี่ก็คาบน้องที่เพิ่งคลอดเดี้ยงคาปาก
ส่วนอีกตัวบาดเจ็บ แต่ไม่รู้แม่แมวคาบไปไว้ไหนแล้ว
แย่จัง ไม่มีใครเห็นตอนแม่แมวคลอด
แต่ก็ธรรมดาโลก เฮ้อ เกิด แก่ เจ็บ ตาย
ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นจึงจะอยู่รอด
แต่ว่าตัวเราไม่ใช่...แล้วเราจะรอดมั้ยน้า

หิวข้าวจังยังมิได้กินข้าวเย็นเลย ไปกินข้าวดีกว่า

วันเสาร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2552

Working Woman

เมื่อวานทำงานถึงสองทุ่มแหนะ หุหุ
วันนี้ว่าจะไปตีแบดกะหนุ่มๆซะหน่อย
คอร์ดปิดซะงั้น
กะจะไปป่วนเพื่อนน้องชาย อดเลย

วันพฤหัสบดีที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2552

아저씨 [อาจอชี่]

ส่งการ์ดไปอวยพรคุณลุง Chun ที่เกาหลี
Super Driver ของดิชั้น
ไม่รู้คุณลุงจะจำ Good Girl ของคุณลุงได้มั้ยน้า


ทำบุญส่งท้ายปี

เหมือนกับทุกๆ ปีที่จะอยู่ฉลองคืนส่งท้ายปีกับครอบครัว
แต่ปีนี้เนี่ยอยู่บ้านจริงๆ ไม่ได้ไปไหน ไม่มีงานใดๆ
ปีก่อนนี้อยู่บ้านป้า รวมญาติเล่นบิงโกกัน รับเงินแจก สนุกดี

แต่ช่วงบ่ายวันที่ 31 ธันวา ได้ไปทำบุญกับครอบครัว
เลยขอเอาบุญมาฝาก วัดที่ไปชื่ออะไรจำไม่ได้
แต่มีชื่อเล่นว่าวัดหลวงพ่อเหลือ หรือชื่อเล่นใหม่ว่าวัดหลวงพ่อโตองค์ใหญ่



วัดนี้อยู่แถวปทุมธานี มีหลวงพ่อโตองค์ใหญ่ที่เพิ่งสร้างเสร็จเมื่อปีก่อน
คนคงยังไม่ค่อยรู้จักเท่าไร คนเลยยังไม่แน่นมาก



วัดอยู่ริมแม่น้ำ บรรยากาศดีทีเดียว โดยเฉพาะตรงศาลาริมน้ำเนี่ยน่านอนมากๆๆๆๆๆ


ว่างๆ ก็ไปทำบุญกันนะเพื่อนๆ จะได้อิ่มบุญเหมือนแม่เรา อิอิ

ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่

สวัสดีปีใหม่ทุกคน


เริ่มต้นปีใหม่วันนี้ด้วยการตื่นนอนตอนเที่ยงตรง

ด้วยฤทธิ์ของแชมเปญอาถรรพณ์ที่เพิ่งจะได้เปิด

หลังจากที่ได้มาจากความปากดีตอนงาน ITM

จะเปิดมาก่อนหน้านี้ 3 ครั้งก็มีอันมิได้เปิด








รสชาติเหมือนไวน์ขาวน่ะแหละ แต่เปรี้ยวแล้วก็ไม่ฝาด

กินแค่สองแก้วเอง แต่ปวดหัวชะมัด


ส่วนนี่เป็นภาพที่ถ่ายเป็นรูปแรกของปีใหม่นี้
ประมาณ 00.20น. หลังกินแชมเปญเข้าไป
ขณะนั่งบนเก้าอี้สไตล์เกาหลีของแม่ !!!!!