วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2552

เกาะเกร็ด

อาทิตย์ที่แล้วไปเกาะเกร็ดมา อยู่ใกล้กรุงเทพฯแค่เนี้ย
แต่เพิ่งได้ไปนี่แหละ คราวนี้ไปกับที่บ้านเช่นเคย
ตามเวลานัดหมาย 8 โมงเช้า(งานนี้นัดกันปุบปับมากตอนเย็นวันเสาร์)แต่ไม่ตื่นกัน โอ้เอ้ไปมาออกเดินทางตอนเกือบ 10 โมงได้

จอดรถที่ท่าน้ำวัดสนามเหนือ มีบริการรับฝากรถทั้งวัน 30 บาท จากนั้นนั่งเรือข้ามฟากไปยังวัดปรมัยยิกาวาสวรวิหาร ใช้เวลาไม่เกิน 2 นาที ค่าเรือแค่คนละ 2 บาท
ระหว่างนั่งเรือเราจะเห็นสัญลักษณ์สำคัญของวัดนี้และเป็นสัญลักษณ์ของเกาะเกร็ดด้วยนั่นคือ พระเจดีย์ที่เอียงเหมือนจะจมน้ำหรือมีชื่อเรียกว่าพระเจดีย์มุเดา

มื่อถึงวัดปรมัยฯ หรือเดิมชื่อวัดปากอ่าว ซึ่งสร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยาโน่น แต่มาบูรณะและพระราชทานนามใหม่ในสมัยรัชกาลที่5ตามธรรมเนียมมาถึงแล้วต้องเข้าไปไหว้พระที่พระอุโบสถก่อน จากนั้นเดินเล่นบริเวณรอบวัด ไปถ่ายรูปกับเจดีย์เอียง ดูความมหัศจรรย์ของต้นสามกษัตริย์ ที่มีต้นโพธิ์ ต้นไทร และต้นหว้ารวมร้อยเป็นเสมือนต้นเดียวกัน


แวะชมพิพิธภัณฑ์รัชกาลที่ 5 อยู่บริเวณเดียวกับวัดปรมัยฯ เป็นแหล่งสะสมข้าวของเครื่องใช้เก่าๆมากมาย เช่น เครื่องพิมพ์ดีด เครื่องเล่นแผ่นเสียง วิทยุ เหรียญกษาปณ์ ตาลปัตรพัดยศ ที่นี่เข้าชมฟรี เดินดูแล้วก็เพลินดีเหมือนกัน

จากนั้นไปนั่งเรือชมสองฝั่งแม่น้ำรอบเกาะค่าเรือคนละ 60 บาท มีหลายเจ้าหลายแบบหลายราคา แบบที่เราไปใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง เริ่มจากท่าเรือวัดปรมัยฯ ผ่านบรรยากาศบ้านเรือนริมน้ำทั้งแบบโบราณแบบโมเดิร์น วัดเอยโบสถ์คริสต์เอย มัสยิดก็มี ทุกศาสนาอนู่ร่วมกันได้ มีเครื่องบินเก่าสมัยสงครามโลกครั้งที่สองที่มีคนซื้อมาทำร้านอาหารแต่ตอนนี้ปิดกิจการไปแล้ว จากนั้นมาแวะที่บ้านคุณแอ๋ว ทานอาหารกัน เรือให้เวลาครึ่งชั่วโมง อาหารมีหลายอย่างข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยว ขนมจีน ข้าวแช่ แต่เราว่าแพงไปหน่อยราคาแบบห้างหรู แต่เราว่าแพงแล้วอร่อยก็โอเค แต่มันไม่อร่อยถูกปากเราเท่าไรนี่สิ ผิดหวังอย่างแรงกะข้าวแช่ หรืออาจจะเป็นที่เราติดใจที่เคยกินของเพชรบุรีก็ไม่รู้ ที่นี่คงคนละสูตรกัน เอ่อแต่เคยกินในกรุงเทพฯร้านกิ่งกัลปพฤกษ์เราว่าอร่อยกว่าอีก ส่วนขนมหวานก็จัดดูไม่น่าซื้อยังไงก็ไม่รู้ ประทับใจอย่างเดียวก็โฆษกประจำร้านที่ขำดี





ต่อจากนั้นลัดเลาะเข้าสู่คลองขนมหวาน ที่เค้าว่ามีบ้านที่ทำขนมไทยมากมาย เราได้แวะแค่ที่สมชายบ้านขนมหวานที่เดียว ขนมส่วนใหญ่แพ็คละ 10 บาทเท่านั้น ร้านจัดขนมน่ากินดี ซื้อมาหลายอย่างถือว่าใช้ได้ แต่อร่อยสุดเป็นไข่เค็มล่ะ ฮ่าฮ่า เดินทางต่อไประหว่างทางเห็นเด็กเล่นน้ำดูแล้วรู้สึกกระชุ่มกระชวย แล้วก็เห็นเรือขน Pepsi เคยเห็นแต่รถขนแปลกดี เรือใหญ่มากกกเห็นแล้วก็นึกว่าคนไทยนี่กิน Pepsi กันเยอะไปมั้ย? ถึงวัดแสงศิริธรรม ให้อาหารปลากันตามระเบียบ เห็นเค้ามีป้ายตลาดน้ำแต่ไม่เห็นของขายไม่รู้ต้องมาตอนไหนเหมือนกัน




วนกลับมาที่หมู่บ้านเครื่องปั้นดินเผา จากตรงนี้เดินเล่นกลับไปที่วัดปรมัยฯตอนแรกได้ ไปที่ร้านจ๋อมแจ๋มเครื่องปั้นดินเผา ดูโน่นนี่ซักพัก ไม่ได้มากะทัวร์ก็เลยไม่เห็นเค้าปั้นกันจริงๆให้ดูเหมือนในทีวี มีป้ายน่ารักๆแอบถ่ายมาให้ดูกัน


ระหว่างทางเดินพักกินขนมที่ร้านบ้านป้าสุน ร้านน่ารักมาก ขนมอร่อย ไม่ได้แวะเสียใจแย่ ที่ต้องไปลองกินก็ลูกตาลลอยแก้วที่นี่ไม่เหมือนที่ไหนเป็นลูกตาลที่แช่อิ่มน้ำตาลมาแล้วใส่น้ำแข็ง ไม่ใช่ลูกตาลสดในน้ำเชื่อม อร่อยมาก ทับทิมกรอบก็อร่อย มีเมนูแปลกๆเป็นมะม่วงลอยแก้วอันนี้ไม่ได้ลอง นอกจากนี้ยังมีของคาว เช่น ถุงทองทอด ส้มตำ


กลับมาถึงวัดเดินไปด้านหลังเข้าสู่ตลาด มีขนมแปลกๆที่ไม่เคยเห็นเยอะแยะ เช่น ขนมไข่ปลา ขนมหันตรา ส่วนที่มีขายเรียงรายก็ทอดมันหน่อกะลา และดอกไม้ต่างๆทอด ขากลับซื้อมากินที่บ้านด้วยรสชาติยังดีอยู่เลย


เสียดายที่อากาศร้อนไปหน่อยเลยเดินยังไม่ครบ แต่ก็ประทับใจนะ ไว้หน้าหนาวอากาศดีดีค่อยไปใหม่ ว่าแต่ต้องหัดขี่จักรยานไปด้วยจะได้ไปเที่ยวแบบเชิงเกษตรขี่รถจักรยานชมสวน น่าสนุกดีไปอีกแบบ















































































































































































































































































































































































































1 ความคิดเห็น:

  1. น่าไปดีเหมือนกันนะเนี่ย ใกล้ๆ แค่นี้เอง
    มะเคยไปเลย เดี๋ยวต้องเก็บไปเป็นทริปในใจอันต่อไปซะแระ
    อิอิ

    ตอบลบ